คุม 3 ตัวนี้ได้ดี → ปลา กุ้ง แข็งแรง โตไว กินอาหารดี ลดตายได้
.
ค่า 3 ตัวนี้ เป็น “หัวใจสำคัญ” ของระบบน้ำในบ่อกุ้งและบ่อปลา เพราะจะบอกว่าน้ำเหมาะต่อการเลี้ยงหรือเริ่มมีความเสี่ยงแล้ว
ค่า “กรด-ด่าง” (pH) บ่งบอกว่า น้ำเป็นกรดหรือด่างมากแค่ไหน
**pH ต่ำเกินไป → น้ำเป็นกรด
- ปลา กุ้ง เครียด
- กินอาหารลดลง
- เหงือกอักเสบ โตช้า
**pH สูงเกินไป → น้ำเป็นด่างจัด
แอมโมเนียจะออกฤทธิ์แรงขึ้น เสี่ยงปลาลอยหัว กุ้งช็อก
ค่าที่เหมาะทั่วไป :
ปลา : ประมาณ 6.5 – 8.5
กุ้ง : ประมาณ 7.5 – 8.5
“แอมโมเนีย” (Ammonia) บ่งบอกว่า
น้ำเสียจากของเสียสะสมมากแค่ไหน
แหล่งเกิด : ขี้ปลา ขี้กุ้ง อาหารเหลือ ซากตาย น้ำเน่า
ถ้าสูง : ทำลายเหงือก ปลาแดงเหงือก หายใจแรง กุ้งลอยขอบบ่อ
ตายง่ายช่วงกลางคืน หรือฝนตกยิ่ง pH สูง + อากาศร้อน = แอมโมเนียยิ่งเป็นพิษแรง
ค่าที่ควรระวัง : ควรต่ำกว่า 0.1 ppm
“อัลคาไลน์” (Alkalinity) บ่งบอกว่า น้ำมี “ความสามารถรักษาความนิ่งของ pH” มากแค่ไหน เปรียบเหมือน “เกราะกัน pH แกว่ง”
ถ้าอัลคาไลน์ต่ำ : pH แกว่งเช้า-เย็นแรง
- กุ้งลอกคราบยาก
- จุลินทรีย์ทำงานไม่ดี
- ระบบน้ำไม่นิ่ง
ถ้าเหมาะสม : น้ำเสถียร
- แพลงก์ตอนสมดุล
- ลดความเครียดสัตว์น้ำ
ค่าที่นิยม :
บ่อปลา : 50–150 ppm
บ่อกุ้ง : 80–180 ppm
สรุป
pH = น้ำเป็นกรดหรือด่าง
แอมโมเนีย = น้ำเสียสะสม
อัลคาไลน์ = ความนิ่งของระบบน้ำ
เรา #บอสเอกยูพาส #มิสเตอร์เกษตร
บทความ "เพื่อคนไทยหัวใจเกษตร"