ปลาดุกในบ่อพลาสติกเป็นอาชีพที่หลายคนสนใจ เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก ทำหลังบ้านได้ เริ่มจากบ่อเล็กได้ และตลาดคุ้นเคย ทั้งขายปลาสด ปลาชำแหละ ปลาดุกย่าง หรือส่งร้านอาหารในชุมชน
.
แต่ต้องพูดกันตรงๆ ว่า เลี้ยงปลาดุกไม่ได้เจ๊งเพราะปลาเลี้ยงยากอย่างเดียว หลายคนเจ๊งเพราะปล่อยปลาแน่นเกินไป น้ำเสีย อาหารแพง ลูกพันธุ์ไม่แข็งแรง ปลาโตไม่เสมอ กินกันเอง หรือถึงวันจับแล้วไม่มีตลาดรองรับจริง
.
สำหรับคอลัมน์ “ทำอย่างไรให้ไม่เจ๊ง?” วันนี้ เกษตร นานา ขอชวนมาดูว่า ถ้าจะเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติกให้รอด ไม่เจ๊ง และมีรายได้จริง ต้องระวังอะไรบ้าง
+
ปลาดุกเป็นปลาที่คนกินเยอะก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าขายได้ราคาดีทุกที่
ก่อนทำบ่อควรรู้ให้ชัดว่าจะขายใคร เช่น ตลาดสด ร้านอาหาร รถกับข้าว ร้านปลาดุกย่าง เพื่อนบ้าน ลูกค้าประจำ หรือขายแบบจับสดหน้าบ้าน
ต้องถามให้ลึกกว่านั้นว่า ลูกค้าต้องการปลาขนาดไหน รับครั้งละกี่กิโล ราคาแถวบ้านเป็นอย่างไร และถ้าปลาถึงไซซ์พร้อมกันทั้งบ่อ จะขายออกได้ทันหรือไม่
ปลาดุกเป็นของสด ถ้าเลี้ยงถึงไซซ์แล้วไม่มีตลาด ต้องเลี้ยงต่อ อาหารก็กินเพิ่มทุกวัน กำไรที่คิดไว้จะค่อยๆ หายไปกับค่าอาหาร
.
บ่อพลาสติกดูเหมือนทำง่าย แต่ถ้าทำไม่ดีตั้งแต่แรก ปัญหาจะตามมาทันที เช่น บ่อรั่ว ขอบบ่อทรุด น้ำซึม พื้นไม่เรียบ หรือพลาสติกขาดจากของแหลม
สิ่งที่ควรระวังคือพื้นที่ตั้งบ่อต้องเรียบ ไม่ถูกแดดจัดทั้งวันจนร้อนเกินไป ไม่มีหินหรือไม้แทงผ้ายาง มีขอบบ่อมั่นคง และควรมีทางถ่ายน้ำออกสะดวก
อย่าทำบ่อแบบคิดว่า “แค่ขุดแล้วปูพลาสติกก็พอ” เพราะถ้าบ่อมีปัญหาหลังปล่อยปลาแล้ว การแก้จะยุ่งกว่าและเสียหายกว่ามาก
.
ลูกปลาดุกต้องแข็งแรง ขนาดใกล้เคียงกัน ว่ายน้ำดี ไม่บอบช้ำ และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ถ้าลูกปลาขนาดต่างกันมาก ตัวใหญ่จะไล่กินตัวเล็ก ปลาโตไม่เสมอ และอัตรารอดต่ำ ถ้าลูกปลาช้ำจากการขนส่งหรือปนโรค ต่อให้ดูแลดีแค่ไหนก็อาจตายตั้งแต่ช่วงแรก
ก่อนปล่อยควรพักปลาให้ปรับตัวกับน้ำในบ่อก่อน ไม่เทลงทันทีแบบรีบร้อน เพราะช่วงเริ่มเลี้ยงคือช่วงที่ปลาเครียดและตายง่ายมาก
.
มือใหม่หลายคนคิดว่าใส่ปลาเยอะๆ จะได้ผลผลิตเยอะ แต่ในบ่อพลาสติก ถ้าปล่อยแน่นเกินไป น้ำจะเสียเร็ว ออกซิเจนต่ำ ปลาเครียด โตช้า เป็นโรคง่าย และตายเป็นชุดได้
การปล่อยปลาต้องดูขนาดบ่อ ระบบน้ำ ความสามารถในการถ่ายน้ำ คุณภาพอาหาร และเวลาที่เจ้าของดูแลได้จริง
ปล่อยพอดี อาจดูเหมือนได้น้อยกว่าในตอนแรก แต่ถ้าปลารอดดี โตไว และจับขายได้คุณภาพ กำไรจริงมักดีกว่าการอัดปลาแน่นแล้วตายครึ่งบ่อ
.
ปลาดุกเป็นปลาที่ค่อนข้างอดทน แต่ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ในน้ำเสียได้ตลอด โดยเฉพาะในบ่อพลาสติกที่พื้นที่จำกัด ของเสียและอาหารเหลือสะสมเร็ว
สัญญาณที่ต้องระวังคือ น้ำเริ่มเหม็น สีเข้มผิดปกติ มีฟองมาก ปลาโผล่ฮุบอากาศบ่อย กินอาหารลดลง หรือปลาลอยตัวผิดปกติ
สิ่งที่ต้องทำคือให้อาหารพอดี ลดอาหารเหลือ ถ่ายน้ำตามความเหมาะสม มีน้ำสะอาดสำรอง และไม่ปล่อยให้ตะกอนสะสมจนบ่อเน่า
หลายบ่อไม่ได้พังเพราะปลาไม่โต แต่พังเพราะเจ้าของดูน้ำไม่ทัน
.
ปลาดุกกินเก่ง และอาหารคือหนึ่งในต้นทุนหลักของอาชีพนี้ ถ้าให้อาหารมากเกินไป อาหารเหลือ น้ำเสีย ต้นทุนบาน ถ้าให้น้อยเกินไป ปลาโตช้า จับขายช้า และรอบเลี้ยงยาวขึ้น
ควรให้อาหารตามขนาดปลาและการกินจริง ไม่เทเผื่อจนเหลือ และควรสังเกตว่าปลากินหมดเร็วไหม กินลดลงหรือเปล่า น้ำเริ่มเสียไหม
การลดต้นทุนอาหารทำได้ แต่ต้องระวังเรื่องคุณภาพ ไม่ใช่ใช้อาหารเสีย อาหารเน่า หรือของเหลือที่ปนเปื้อนจนทำให้ปลาเป็นโรค
.
ปลาดุกเป็นปลาที่โตไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยให้ต่างไซซ์มาก ตัวใหญ่จะได้เปรียบ กินอาหารมากกว่า โตเร็วกว่า และอาจกินตัวเล็ก ทำให้อัตรารอดลดลง
การคัดไซซ์ช่วยให้ปลาขนาดใกล้กันอยู่บ่อเดียวกัน กินอาหารสม่ำเสมอ โตใกล้เคียงกัน และจับขายได้ง่ายขึ้น
ถ้าไม่คัดเลย ตอนจับอาจเจอทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ปลาตกไซซ์ และปลาที่ขายไม่ได้ราคาอยู่ในบ่อเดียวกัน
.
ปลาดุกในบ่อพลาสติกเสี่ยงโรคได้ถ้าน้ำเสีย ปลาหนาแน่น อาหารเหลือ หรือเปลี่ยนน้ำรุนแรงจนปลาเครียด
สิ่งที่ควรทำคือดูพฤติกรรมปลาทุกวัน เช่น กินอาหารลดลง ว่ายน้ำแปลก มีแผล ตัวซีด ครีบกร่อน หรือลอยหัวผิดปกติ
ถ้าเริ่มผิดปกติ ต้องรีบแยกสาเหตุว่าเป็นเรื่องน้ำ อาหาร ความหนาแน่น หรือโรค อย่ารอให้ปลาตายเยอะแล้วค่อยแก้ เพราะปลาดุกตายเป็นชุดเมื่อระบบน้ำเริ่มเสียหนัก
.
ปลาดุกควรจับขายเมื่อได้ขนาดที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่เลี้ยงต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดี
บางตลาดต้องการปลาขนาดกลางสำหรับย่าง บางตลาดต้องการปลาขนาดใหญ่สำหรับแกงหรือขายชำแหละ ถ้าเลี้ยงเกินไซซ์ที่ตลาดต้องการ อาจขายยากขึ้น และค่าอาหารที่เพิ่มขึ้นอาจไม่คุ้มกับน้ำหนักที่ได้เพิ่ม
ก่อนเลี้ยงควรรู้ไซซ์ขายตั้งแต่แรก แล้ววางรอบเลี้ยงให้สอดคล้องกับตลาด
.
ช่วงที่ปลาดุกเริ่มโตและขายได้รุ่นแรก หลายคนอยากเพิ่มบ่อทันที แต่ต้องใจเย็นก่อน
ก่อนขยายควรรู้ให้ชัดว่า ลูกปลารอดกี่เปอร์เซ็นต์ ใช้อาหารไปกี่กระสอบ จับขายได้กี่กิโล ราคาขายจริงเท่าไร ตายหรือคัดทิ้งไปเท่าไร และตลาดรับเพิ่มได้ไหม
ถ้ารุ่นเล็กยังไม่แม่น แต่รีบเพิ่มบ่อ ปัญหาเดิมจะใหญ่ขึ้นทันที โดยเฉพาะค่าน้ำ ค่าอาหาร กลิ่น น้ำเสีย และแรงงานดูแล
+
ต้องรู้ตลาดและไซซ์ปลาที่ลูกค้าต้องการก่อนเลี้ยง
ต้องทำบ่อพลาสติกให้แข็งแรง ถ่ายน้ำสะดวก
ต้องเลือกลูกพันธุ์แข็งแรง ขนาดใกล้เคียงกัน
ต้องไม่ปล่อยปลาแน่นเกินกำลังระบบน้ำ
ต้องคุมน้ำไม่ให้เสีย และลดอาหารเหลือ
ต้องให้อาหารตามการกินจริง ไม่ใช่เทเผื่อจนต้นทุนบาน
ต้องคัดไซซ์เพื่อลดการกินกันเอง
ต้องจับขายเมื่อได้ขนาดตลาด ไม่เลี้ยงเกินจนค่าอาหารกินกำไร
ต้องขยายเมื่อรู้กำไรต่อรอบจริงแล้ว
.
หลายบ่อไม่ได้เจ๊งเพราะปลาดุกเลี้ยงไม่ได้ แต่เจ๊งเพราะคิดว่าปลาดุกเป็นปลาอึด เลยปล่อยแน่นเกินไป ดูน้ำไม่ทัน ให้อาหารเกิน ลูกปลาไม่ดี ปลาโตไม่เสมอ และยังไม่มีตลาดรับซื้อชัดเจน พอปลาโตช้า ตายบางส่วน น้ำเสีย หรือถึงไซซ์แล้วขายไม่ทัน ค่าอาหารที่ต้องเติมทุกวันก็กลายเป็นต้นทุนที่ไล่กินกำไรไปเรื่อยๆ
+
ปลาดุกในบ่อพลาสติกเป็นอาชีพที่ทำได้ โดยเฉพาะคนมีพื้นที่น้อย แต่ต้องคุม 3 เรื่องให้ได้ก่อน คือ น้ำต้องดี อาหารต้องไม่บาน และตลาดต้องรับทัน
.
แล้วคุณคิดว่า จุดเสี่ยงไหนหนักสุดสำหรับคนเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก น้ำเสีย ค่าอาหารสูง หรือขายไม่ทันตอนปลาได้ไซซ์?
.
บทความโดย เพจ : เกษตร นานา
.